จีนเตือนสหรัฐใช้นโยบายแบบ “แพ้-ชนะ” ไม่ส่งผลดี

รัฐบาลปักกิ่งกล่าวว่าการที่สหรัฐยึดติดกับการ “แพ้-ชนะ” ด้านนโยบาย มีแต่จะส่งผลกระทบต่อทุกฝ่าย หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าจีนคือ “คู่แข่ง” ที่ผงาดขึ้นมาท้าทายสหรัฐในทุกด้าน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ว่าสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันออกแถลงการณ์ในวันอังคาร ว่ามุมมองที่มีต่อกันระหว่างสหรัฐกับจีนไม่ว่าในเรื่องใดก็ตาม

ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทิศทางของความร่วมมือและความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคี แต่ยังจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของประชาคมโลกเช่นกัน ทั้งนี้ แถลงการณ์ของสถานเอกอัครราชทูตจีนระบุด้วยว่า การที่ในด้านหนึ่งสหรัฐยกให้จีนเป็นพันธมิตร แต่ในอีกด้านหนึ่งกล่าวว่ารัฐบาลปักกิ่งอยู่ในสถานะ “ฝ่ายตรงข้าม” นอกจากเป็นนโยบายที่ไม่สมเหตุสมผลแล้ว ยังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของการบูรณาการนโยบายต่างประเทศในยุคปัจจุบัน ที่ต้องมีการพึ่งพาอาศัยกันเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี รัฐบาลปักกิ่งจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตันปรับปรุงทัศนคติจากการให้ความสำคัญกับ “การแข่งขันที่ต้องมีผลได้ผลเสียตลอดเวลา”
แถลงการณ์ดังกล่าวของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐถือเป็นการตอบโต้ถ้อยแถลงแผนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงแห่งชาติ ตามหลักการ “อเมริกาต้องมาก่อน” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่ารัสเซียและจีนกำลังสร้างความท้าทายให้กับสหรัฐ ด้วยการก้าวขึ้นมาเป็น “มหาอำนาจคู่แข่ง” ในด้านการสร้างอิทธิพล การแสวงหาผลประโยชน์ และ “การกัดกร่อน” ผลประโยชน์และความรุ่งเรืองของอเมริกาในอนาคต โดยเฉพาะจีนที่ต้องการ “กำจัด” สหรัฐให้หมดอิทธิพลไปจากเอเชีย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews